โรคราน้ำค้าง Peronosclerospora sorghi
เข้าทำลาย ข้าวโพดตั้งแต่งอกจนถึงอายุประมาณ 1 เดือน ในระยะที่มีฝนตกชุก ลักษณะอาการเป็นทางยาวสีเหลืองแคบๆ ไปตามความยาวของใบหรือเป็นแบบ systemic เห็นเป็นทางลายสีเหลือง เขียวอ่อน สลับกันเป็นทางยาว เมื่อนานเข้า รอยสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเกิดเป็นอาการใบไหม้ แห้งตายในที่สุด บริเวณผิวใบโดยเฉพาะด้านล่างจะมีเส้นใยสีขาว ของเชื้อรา จับเป็นฝ้าเห็นได้ชัดเจน ในตอนเช้าตรู่ซึ่งมีน้ำค้างจัด ลำต้นแคระแกรน ต้นเตี้ย ใบผอม ข้อสั้น ฝักมักมีขนาดเล็กลง เมล็ดติดน้อยหรือไม่ติดเลย ช่อดอกหรือยอดอาจจะแตกเป็นพุ่ม
โรคราสนิม Puccinia polysora
ปัจจุบันเป็นโรคที่มีความสำคัญที่สุดก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตข้าวโพด ที่มีการปลูกอย่างต่อเนื่องเข้าทำลายข้าวโพดในระยะออกดอก รุนแรงที่สุดในฤดูปลายฝน(ส.ค. – พ.ย.) ลักษณะแผลเป็นตุ่มสีน้ำตาลแดงนูนจากผิว ลักษณะแผลค่อนข้างกลมถึงรูปไข่ แผลจะนูนทั้งสองด้านของใบ เมื่อเกิดมากขึ้นจะดันโป่งออก เมื่อเจริญเต็มที่ตรงกลางแผลก็จะปริแยกออก สีส้มคล้ายสนิมเหล็ก ใบข้าวโพดที่เกิดแผลมากขึ้นจะซีดเหลืองและแห้งในที่สุด ถ้าสภาพแวดล้อมเหมาะสม พันธุ์อ่อนแอ ใบจะไหม้แห้งภายใน 1 สัปดาห์
โรคใบไหม้แผลเล็ก Bipolaris maydis
เข้าทำลายข้าวโพดได้ทุกระยะการเจริญเติบโตสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สภาพอากาศร้อนชื้น ลักษณะอาการแผลจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามความยาวของใบ ขอบแผลเป็นสีน้ำตาลแดง ไม่เรียบสม่ำเสมอ และถูกจำกัดด้วยเส้นใบ เมื่อเป็นหลายๆ แผลเกิดติดต่อกันจะทำให้เกิดใบไหม้ นอกจากนี้ยังเป็นได้กับส่วนอื่นๆ อีก เช่น กาบใบ กาบฝัก ลำต้น และฝัก
โรคใบไหม้แผลใหญ่ Bipolaris turcica
เข้าทำลายข้าวโพดในระยะออกดอก รุนแรงที่สุดในฤดูแล้ง(ธ.ค. – มี.ค.) แต่ปัจจุบันเข้าทำลายได้ทุกฤดู ลักษณะอาการ ระยะแรกจะเหมือนกับใบไหม้แผลเล็ก ต่อมาขยายใหญ่ขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณแผลเริ่มแห้งตายเป็นสีน้ำตาล หรือสีเขียวเทา ลักษณะแผลไม่ถูกจำกัดด้วยเส้นใบ ขอบแผลเรียบสม่ำเสมอ เมื่อเกิดแผลติดต่อกันหลายๆ แผลทำให้ใบไหม้ไปทั้งใบได้
โรคใบจุด Bipolaris zeicola
เป็นโรคที่สำคัญโรคหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเข้าทำลายข้าวโพดในฤดูแล้ง(ธ.ค. – มี.ค.) สามารถเข้าทำลายได้ทุกส่วนของข้าวโพดและทุกระยะการเจริญเติบโต ตั้งแต่ต้นเล็กจนถึงระยะออกดอก อาการที่ใบจะเป็นจุดสีเหลืองถึงสีน้ำตาลขนาดเล็ก มีวงแหวนสีเหลืองล้อมรอบ เมื่อมีหลายๆ แผลติดกันทำให้ใบไหม้ใปทั้งใบได้
โรคใบจุดสีน้ำตาล Physoderma maydis
โดยปกติพบได้ทั่วไปบริเวณเส้นกลางใบจะเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลเข้ม ภายหลังเชื้อราเข้าทำลายจะทำให้ใบหักพับ แต่ในพันธุ์ที่อ่อนแอแผลจะเกิดขึ้นบนพื้นที่ใบ จะเห็นรอยจุดติดๆ กัน เป็นปื้นสีน้ำตาลเข้มทำให้ใบไหม้ นอกจากนั้นจะเห็นที่กาบใบ ลำต้น เปลือกหุ้มฝัก และช่อดอก อาการจะรุนแรงระยะออกดอก ทำให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก
โรคกาบและกาบใบไหม้ Rhizoctonia solani
เข้าทำลายข้าวโพดได้ทุกระยะการเจริญเติบโตตั้งแต่ระยะกล้า โคนต้นมีลักษณะช้ำฉ่ำน้ำ ลำต้นหักพับ ระยะต้นโต เชื้อรานี้เข้าทำลายได้ทุกส่วนของข้าวโพด ใบ กาบใบ กาบฝัก เปลือกหุ้มฝัก ลักษระแผลบนใบ ลักษณะแผลจะมีลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขอบสีน้ำตาลและไหม้แห้ง ใต้ใบบริเวณแผลจะเห็นเส้นใย อัดเม็ดกลมๆ กระจายอยู่ทั่วไป
โรคไวรัส SCMV & MDMV
MDMV โรคไวรัสใบด่างแคระ ลักษณะเป็นจุดเล็กๆ ประตามความยาวของใบโดยเฉพาะที่ใบอ่อน ถ้าเป็นในระยะต้นเล็กจะทำให้ต้นแคระแกรม ข้อสั้น ใบเขียวเข้ม ถ้าเข้าทำลายในระยะต้นโตจะทำให้ใบเหลืองซีด ชะงักการเจริญเติบโต SCMVโรคไวรัสใบด่างอ้อย ลักษณะอาการ ใบด่างเป็นขีดเล็กๆ สีขาว หรือเหลืองสลับเขียว ขนานไปกับเส้นกาบใบ ในระยะต้นโต ที่ฝักข้าวโพดจะพบเปลือกเป็นสีขาวตั้งแต่ฝักเล็กจนถึงฝักใหญ่
โรคลำต้นเน่า Macrophomina phaseolina
โรคนี้เข้าทำลายต้นอ่อน จะทำให้เกิดอาการแห้งตายระยะต้นแก่ ทำให้เกิดลำต้นเน่า ส่วนมากจะเข้าทำลายในระยะต้นแก่ ตั้งแต่ระยะออกดอกจนถึงอายุแก่ เมื่อฉีกลำต้นดูจะพบเส้นใยอัดเม็ดสีดำทองดูคล้ายหยดถ่านหิน กระจัดกระจายปกคลุม ทำให้เห็นเป็นทางหรือขีดเส้นสีดำเต็มไปหมด เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในถูกทำลาย เมื่อมีลมแรงหรือใช้มือโยกเบาๆ ลำต้นจะหักพับ ส่วนใหญ่บริเวณปล้องต้นๆ เหนือดิน
โรคลำต้นเน่า Fusarium moniliforme
โรคนี้เข้าทำลายทั้งต้นอ่อน ต้นแก่ และฝัก อาการที่ฝักจะเห็นเส้นใยสีขาวเน่าไปทั้งฝักได้ ที่ลำต้นภายหลังเชื้อเข้าทำลายต้นจะเหี่ยว ดูลักษณะภายนอกลำต้นปล้องล่างๆ จะเห็นเป็นขีดๆ รอบลำต้น ฉีกลำต้นดูเนื้อเยื่อภายในจะเป็นสีชมพู ความชื้น เหมาะสม ส่วนที่ถูกทำลายจะเป็นสีม่วง ขณะต้นเริ่มแสดงอาการเหี่ยวใช้มือโยกลำต้นจะหักบริเวณโคนต้น และต้นจะแห้งตาย

