การปลูกข้าวโพดหวาน
การเตรียมดิน
การเตรียมดินโดยการไถดะตากดินให้แห้ง 7-10 วัน เพื่อกำจัดวัชพืช และโรคพืชบางชนิด จากนั้นไถพรวนอีก 1-2 ครั้ง ให้ดินละเอียด พร้อมทั้งปรับพื้นที่ และเกลี่ยดิน ให้สม่ำเสมอ
การเตรียมเมล็ดพันธุ์
เมล็ดข้าวโพดหวานควรมีความงอกไม่ต่ ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ใช้เมล็ดพันธุ์ปลูกประมาณ 3-4 กิโลกรัมต่อไร่
การปลูก
ปลูกเป็นแถว โดยใช้ระยะระหว่างแถว 75 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 25 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 2 เมล็ด เมื่อต้นงอกสูงประมาณ 1 คืบ หรือ 2 สัปดาห์หลังปลูก ให้ถอนต้นที่อ่อนแอทิ้ง เหลือต้นที่แข็งแรงหลุมละ 1 ต้น ซึ่งจะได้ประมาณ 8,500 ต้นต่อไร่ หยอดเมล็ดให้ลึกประมาณ 3-5 เซนติเมตร อย่าหยอดให้ลึกจนเกินไป เพราะจะท าให้เมล็ดงอกช้า หรืออย่าหยอดตื้นจนเกินไป เพราะเมล็ดจะไม่งอก ถ้าเป็นดินเหนียวควรหยอดตื้นกว่าดินทรายเล็กน้อย ควรปลูกห่างจากข้าวโพดพันธุ์อื่น ๆ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์,ข้าวโพดข้าวเหนียว หรือข้าวโพดเทียน เป็นระยะทางมากกว่า 200 เมตร หรือปลูกก่อนหรือหลังการปลูกข้าวโพดพันธุ์อื่น ๆ ประมาณ 3 สัปดาห์
ฤดูปลูก
สามารถปลูกได้ตลอดปี แต่เดือนที่เหมาะสมควรอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม
การป้องกันก าจัดวัชพืช
ในแปลงปลูกข้าวโพดหวานจะพบวัชพืชทั้งวัชพืชใบแคบและใบกว้าง วัชพืชที่ขึ้นเหล่านี้จะแข่งขันกับต้นข้าวโพดหวานแย่งน้ำแย่งอาหาร ทำให้คุณภาพและผลผลิตลดลง นอกจากนี้ยังเป็นอุปสรรคต่อการให้น้ำ และยากล าบากต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตอีกด้วย
- การเตรียมดินที่ดีจะช่วยลดปัญหาเรื่องวัชพืช ในระยะต้นอ่อน (ทวีศักดิ์, 2540)
- การใช้สารเคมีควบคุมวัชพืชอาทราซีนผสมน้ าในอัตรา 400-600 กรัมต่อไร่ ควบคุมวัชพืช ก่อน
- งอก ก็จะช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับวัชพืชได้ การใช้สารเคมีก าจัดวัชพืชมีข้อระวังคือ ผสมน้ าฉีดพ่นขณะดินชื้น
- เมื่อข้าวโพดงอกแล้ว 20-25 วัน ท าการก าจัดวัชพืช โดยใช้รถไถยกร่อง พูนโคนต้นข้าวโพด
การให้น้ำ
ควรให้น้ำอย่างพอเพียง โดยให้น้ าทุก 10-14 วัน อย่าให้ขาดน้ำ ในช่วงออกดอกออกไหมสร้างเมล็ด เพราะผลผลิต และคุณภาพจะลดลงอย่างมาก.ข้อเสนอแนะการปลูกข้าวโพดหวานจะได้ผลดี จะต้องมีแหล่งน้ำ
การใส่ปุ๋ย
- การใส่ครั้งแรกควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่รองพื้นก่อนปลูก ใช้วิธีโรย หรือหว่าน
- การใส่ครั้งที่ 2 เป็นการใส่ปุ๋ยแต่งหน้าครั้งที่ 1 ด้วยปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่เมื่อ
- ข้าวโพดอายุ 3 สัปดาห์ อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยโรยระหว่างร่อง หรือหยอดระหว่างต้นบนร่อง
- การใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3 เป็นการใส่ปุ๋ยแต่งหน้าครั้งที่ 2 ด้วยปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 15-20 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อข้าวโพดอายุได้ 35 วัน
การป้องกันกำจัดโรค
โรคที่พบมากในข้าวโพดหวาน ได้แก่ โรคราน้ำค้าง (downy mildew)สามารถเข้าทำลายข้าวโพดได้ตั้งแต่ยังเป็นต้นกล้าจนถึงออกดอก มักพบเมื่อข้าวโพดอายุประมาณ 3-4 สัปดาห์ ใบที่เกิดขึ้นใหม่จะมีทางสีขาว สีเขียวอ่อน หรือเหลืองอ่อน เกิดจากฐานใบถึงปลายใบ ถ้าเป็นมากจะทำให้ต้นแห้งตาม ให้รีบถอน แล้วเผาทิ้งเสีย หรืออาจเลี่ยงโดยปลูกในระยะที่ฝนไม่ตกชุก เช่นเดือนมีนาคม-เมษายน หรือหลังฤดูฝน หรือใช้สารเคมีทาแลกซิล (แอพรอน 35) ในอัตรา 7 กรัม/เมล็ด 1 กก. ผสมน้ำ 10 ซีซี (1 ช้อนแกง) คลุกเมล็ดก่อนปลูก สามารถป้องกันโรคนี้ได้ตลอดฤดูปลูก โรคอื่น ๆ เช่น โรคใบไหม้แผลเล็ก (southern corn leaf blight) โรคใบไหม้แผลใหญ่ (northern corn leaf blight) โรคราสนิม(rust) โรคราเขม่าดำ (smut) โรคไวรัส (virus) เป็นต้น
การป้องกันกำจัดแมลง
แมลงที่พบบ่อยได้แก่
หนอนเจาะต้นข้าวโพด จะวางไข่เป็นกลุ่มซ้อนกันคล้ายเกล็ดปลา หนอนเริ่มเข้าท าลายตั้งแต่ข้าวโพดหวานอายุ 20 วัน ถึงระยะเก็บเกี่ยว โดยเจาะเข้าท าลายส่วนยอด ช่อดอกตัวผู้ และล าต้น ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต หักล้มง่าย เมื่อมีการระบาดรุนแรง จะเข้าทำลายฝัก ควรสำรวจกลุ่มไข่, หนอน, รูเจาะ และ ยอดที่ถูกทำลายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงข้าวโพดหวานอายุ 20-45 วัน เมื่อเริ่มพบการทำลาย ควรทำการพ่นด้วยไซเพอร์เมทริน 10 มิลลิลิตร หรือ ไตรฟลูมูรอน 30 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนจะกัดกินเส้นไหม และเจาะเข้าไปอาศัยกัดกินปลายฝัก ทำให้คุณภาพฝักเสียหายป้องกันกำจัดโดย ควรสำรวจหนอนที่ปลายฝักข้าวโพดหวานในระยะผสมเกสร ถ้าพบว่ามีการทำลาย ควรพ่นด้วยฟลูเฟนนอกซูรอน 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร 1-2 ครั้ง ห่างกัน 7 วันเพลี้ยไฟ เมื่ออายุ 1-2 สัปดาห์ จะพบปัญหาเพลี้ยไฟ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง ให้ใช้สารเคมีก าจัดเพลี้ยไฟ เช่น พอสส์ ตามอัตราแนะน าแมลงอื่น ๆ เช่น มอดดิน หรือมอดช้าง (ground weevil) หนอนกระทู้หอม หรือหนอนหลอดลม (beetarmyworm) หนอนเจาะฝักข้าวโพด (corn earworm) เป็นต้น
การเก็บเกี่ยว
- นับอายุโดยเฉลี่ยข้าวโพดหวานจะมีอายุเก็บเกี่ยวฝักสดสำหรับรับประทาน ประมาณ 65-72 วันหลังปลูก
- การสังเกต โดยสังเกตจากไหมที่ปลายฝักเหี่ยว หรือยุบตัว และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
- นับจากข้าวโพดออกไหม 50 % เป็นวันแรก เมื่ออายุ 20 วันหลังออกไหม 50 % สามารถเก็บเกี่ยวได้
- ในกรณี ปลูกในฤดูแล้ง ที่มีอากาศหนาวเย็น จะทำให้ข้าวโพดงอกช้ากว่าปกติ และมีการเจริญเติบโต และพัฒนาฝักช้า จึงท าให้อายุการเก็บเกี่ยวจะยาวนานกว่าการปลูกในฤดูฝน
- ข้าวโพดมีช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยว ประมาณ 3 วัน
- ข้าวโพดฝักสดควรถึงผู้บริโภคโดยเร็วที่สุด ภายใน 1-2 วัน ใน
- ไม่ควรกองข้าวโพดสูงเกินไป จะท าให้น้ าตาลภายในเมล็ดจะเปลี่ยนเป็นแป้ง ท าให้ความหวานลดลง รสชาติจืดชืดสภาพ อุณหภูมิปกติ ควรเก็บข้าวโพดในช่วงเช้า หรือเย็น

